วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

อันแคนนี่ เอ็กซ์เมน | FEAR ITSELF | ทำไมซานฟรานซิสโกไม่มีเรื่อง ?

เมื่อหนึ่งในผู้คู่ควรของฆ้อนแห่ง Skadi มาถึงซานฟรานซิสโก
ไม่มีใครที่จะต่อกรกับมันนอกจาก X-men


ปั้มน้ำมัน ทางตะวันออกของซานฟรานซิสโก
เจ้าของปั้มน้ำมัน กำลังบ่นเรื่องที่ฝั่งตะวันออกของอเมริกาเจอกับการรุกรานของผู้ที่ถือฆ้อนทั้งหลาย เขาบอกว่าทำไมไม่มีใครมาจัดการพวกมิวแตนท์ที่อยู่ในซานฟรานซิสโกบ้าง (ที่ซานฟรานซิสโกก็ยังมีกลุ่มคนที่ไม่ยอมรับมิวแตนท์อยู่ครับ)
มีดาวหางพุ่งลงมาระเบิดหน้าปั้มของชายคนเดิมเขาตกใจอ้าปากค้าง
Kurrth: Breaker of Stone
เคอร์รธ ผู้ทำลายล้างแห่งศิลา มาถึงแล้ว
( จักร์เกอร์นอร์ทคือหนึ่งในผู้ถูกเลือกของฆ้อนจากเทพแห่งความหวาดกลัว Skadi)
พอมาถึง เคอร์รธ ก็ฟาดฆ้อนระเบิดปั้มน้ำมันทันที
เคอร์รธ ไม่ฆ่าเจ้าของปั้มน้ำมัน เจ้าของปั้มน้ำมันร้องขอติดตามเขาไปด้วย
เคอร์รธเอาฆ้อนแนบใบหน้าของเจ้าของปั้ม เกิดเป็นตราอสรพิษนาบบนใบหน้า
เจ้าของปั้ม : ผมเข้าใจแล้ว ผมเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ เจ้านาย ?
เจ้าของปั้ม : เราจะไปไหนกันดี ?
เจ้าของปั้มชูมือโห่ร้อง : ตอนนี้ ผมเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว
เจ้าของปั้ม : เรานำพาโลกแห่งอสรพิษให้กลายเป็นเมืองหลวงแห่งคนบาป ไม่มีใครกล้ามาต่อกรกับพวกเราได้ ...


พวกเขาทั้งสองมุ่งหน้าไป ซานฟรานซิสโก !!!
ที่ว่าการเมือง ซานฟรานซิสโก
" ตอนนี้ นี่คือสาเหตุว่าทำไม เอ็กซ์-เมน กำลังกลายมาเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ทีมยอดนิยมของฉัน "

ซาดี้(นายกเทศมนตรีของซานฟรานซิสโก) กำลังถกเถียงกับไซคล็อป
ซาดี้ : ฉันพนันเลยว่า สตีฟ โรเจอร์ ต้องไม่รับกาแฟจากนายกเทศมนตรี ตอนที่ได้พบกันครั้งแรกแน่
ไซคล็อป : แค่ระวังไว้ มันอาจเป็น กาแฟซินนิสเตอร์ก็ได้
ซาดี้ : อย่าปล่อยให้ผู้ประท้วงมาถึงตัวคุณ นั่นช่วยให้เราควบคุมสถานการณ์ได้เสมอ แน่ล่ะ แม็กนีโตช่วยหยุดแผ่นดินไหว แต่มันก็ทำให้ผู้คนคิดว่า ถ้าหากเขาตั้งใจทำเรื่องนี้ขึ้นเอง ให้เขาไปจากเมืองนี้ทีสิ
ไซคล็อป : เขาไม่ใช่เอ็กซ์เมนแค่คนเดียวที่ทำแบบนั้นได้
ซาดี้ : และที่พูดแบบนั้น ไม่ได้หมายถึงคนอื่นที่เหลือ
ไซคล็อป : ผมรู้ นั่นคือเหตุว่า ทำไมเราต้องประชาสัมพันธ์ งั้นผมไม่ต้องให้คนของผมทำอะไรหรือแสแสร้งว่าโอเคกับเรื่องนั้น
ไซคล็อป : งั้น สถานการณ์คืออะไร ? เรากำลังถูกเตือนและเริ่มเข้าสู่แนวรบ ต้องทันทีเลย  นั่นคือ ความโกลาหล(จากฝีมือเหล่าผู้ถือฆ้อนของ skadi ) ได้เพิกเฉยต่อซานฟรานซิสโก จึงหมายถึงว่าบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่จะมาถึงเราเร็วๆนี้
ซาดี้ : ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และ นั่นเป็นปัญหา ทุกแห่งบนโลกตกอยู่ในนรกและเรากำลังนั่งอยู่ที่นี่  แล้วกระดิกหัวแม่เท้า
ซาดี้ : ผู้คนกำลังถามว่าทำไมไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นกับซานฟรานซิสโก
ซาดี้ : พวกเขาคิดว่ามีบางคนทำข้อตกลงไว้ สก็อตต์ ?
ไซคล็อป : พวกเขาคิดว่าผมทำข้อตกลงกับพลังที่คุกคามโลกเพื่อช่วยเหลือซานฟรานซิสโกให้ปลอดภัยงั้นหรือ ?
ซาดี้ : ไม่ พวกเขาคิดว่าคุณทำข้อตกลงกับพลังที่คุกคามโลกเพื่อช่วยคนของคุณ
ไซคล็อป : พวกเขาคิดแบบนั้น ?
ซาดี้ : ใช่ พวกเขาคิด พวกเขาผิดหรือเปล่า ?
ไซคล็อป : คุณคิดว่าอะไรล่ะ ?
ซาดี้ : ฉันว่าคุณกำลังเลี่ยงคำถาม
ไซคล็อป : ผมคิดว่าผมกำลังเลี่ยงจะพูดว่า คุณกำลังชี้นำผมด้วยคำตอบที่มีอยู่แล้ว ผมกำลังหลีกเลี่ยงการโต้เถียง
ยูโทเปีย
โคลอสซัสกำลังปรับทุกข์กับชาโดว์แคทเรื่องที่ มาจิก หรือ อิลยาน่า ถูกกักตัว
โคลอสซัส : แคทยา..
ชาโดว์ แคท : ไม่ใช่ แคทยา นี่ฉันเอง พีท. นายเข้าใจในสิ่งที่เธอทำลงไปหรือเปล่า ?
โคลอสซัส : เธอเป็นน้องสาวของฉันนะ ฉันขาดเธอไปไม่ได้
ชาโดว์ แคท : หยุดพูดแบบนั้น ฉันรู้ ว่านายจะไม่ได้เป็นนายอีกถ้านายทำแบบนั้น แต่นายแน่ใจได้แค่ไหนว่าเธอคือน้องสาวของนาย ฉันก็รักเธอ แต่ น้องสาวของนายไม่ควรทำในสิ่งที่เธอทำ ไม่ว่าเธอจะเป็นใครก็ตาม เธอไม่ใช่นาย นายยอมตายเพื่อฉันได้ นายยอมตายเพื่อเธอได้ นายยอมตายเพื่อทุกคนได้

ชาโดว์แคท : เธอเสี่ยงที่จะฆ่าทุกคนโดยการทอยลูกเต๋าและตอนนี้ไม่ว่าเธอจะเป็นอะไรก็ตามในตอนนี้เธอก็ถูกมัดเอาไว้เท่านั้น
โคลอสซัส : เธอเป็นน้องสาวของฉันนะ ฉันขาดเธอไปไม่ได้
ชาโดว์แคท : ปีออทร์ นิโคเลวิช รัสปูติน ฉันจะไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้แล้วนะ อย่าให้ฉันต้องชกหน้านาย

โคลอสซัสลงมาเยี่ยมมาจิกที่เขตกักกันนักโทษใต้ทะเล
เขาเจอกับมิราจที่มาเยี่ยมมาจิกก่อน
ดูมิราจไม่ค่อยสบอารมณ์กับมาจิกนัก ตอนที่ออกมา

มาจิกถูกใส่อุปกรณ์สกัดพลังและขังเอาไว้(สาเหตุที่ถูกขังขอให้ย้อนกลับไปอ่าน New mutants : Unfinish Business นะครับ )
มาจิก : พี่
โคลอสซัส : เธอสบายดีไหม ?
มาจิก : ไม่
โคลอสซัส : พี่จะให้เนเมซิสหรือไม่ก็บ็ิิอกซ์มาจัดการให้ใหม่
มาจิก : พวกเขาไม่มาหรอก .. พวกเขาต้องการให้ชัวร์

โคลอสซัส : พวกเขาทำอะไรไป ?
มาจิก : พวกเขาขังคนที่เหมือนฉันไว้ได้ยังไงล่ะ ?
มาจิก : ไม่ว่าตอนไหนก็ตาม ที่อุปกรณ์นี่เจอกับการพยายามเทเลพอร์ท มันจะปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมา ถ้านั่นพลาดมันจะระเบิดในช่วงเวลาที่ฉันเข้าสู่มิติลิมโบและถ้ามันตรวจพบเวทมนต์ .. โอ พี่ไม่ต้องการรู้หรอกว่าเกิดอะไร
มาจิก : ฉันไปไหนไม่ได้ นี่มันก็ดีนะ เพราะว่า ฉันอยู่ที่นี่ตอนนี้และไม่มีใครไปจัดการกับมัน
โคลอสซัส : นี่มันเรื่องของอินฮิวแมน
มาจิก : เปล่า การเอามิวแตนท์ไปสร้างความเป็นจริง--และ สิ่งที่ไม่น่าพอใจก่อนหน้านั้นคืออินฮิวแมน มันเป็นเรื่องที่ต้องรอบคอบ
มาจิก: ฉันรู้ ราคาที่ฉันต้องจ่ายกับมัน

มาจิก : ฉันมีด้านมืดเป็นส่วนใหญ่ในดวงวิญญาณ แต่ฉันจะไม่เป็นเกล็ดหิมะของพี่อีกแล้ว พี่ไม่เหมือนฉัน นั่นคือเหตุที่ว่าพี่ยังรักฉันอยู่และฉันรักพี่สำหรับสิ่งนั้น ขอบคุณมากที่มาเยี่ยม
อีกด้านนาเมอร์ร่อนลงมาที่ห้องของไวท์ควีน
นาเมอร์ : ชั่วโมงนั้นมาถึงแล้ว ผมต้องรวบรวมพันธมิตร ตอนนี้ เราจะสู้และตาย
ไวท์ควีน : คุณรีบพูดว่าตายเร็วไปหน่อย นะที่รัก ฉันแน่ใจว่าเราส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือทัน--
นาเมอร์ : ใช่ คุณทำได้ วันที่ผมร้องขอต่อเอ็กซ์เมนคือวันที่ผมไม่มีความเป็นนาเมอร์อยู่ในตัว เส้นประสาทของผมเตือนว่าคุณกำลังจะเจอกับปีศาจร้ายที่ประตูทางเข้าของคุณ
ไวท์ควีน : งั้นคุณมานี่ทำไม ?
นาเมอร์ : ผมกำลังจะไป ผมอยากเห็นหน้าคุณเป็นครั้งสุดท้าย
ไวท์ควีน : ฉันถือว่าเป็นคำชมนะ
นาเมอร์ : คุณควรจะได้รับ
แล้วนาเมอร์ก็ผายมือไปทางเตียง
นาเมอร์ : งั้นเรา ?
ไวท์ควีน : นาเมอร์ ไม่ได้ นี่ไม่ใช่เวลาที่--
นาเมอร์ : ทำไมเราทำไม่ได้ ?
ไวท์ควีน : ฉันมีสก็อตต์ เราถึงทำไม่ได้
นาเมอร์ : ทำไมล่ะ ?
นาเมอร์ : คุณไม่ใช่ชายหนุ่มกับภรรยา มันแค่เส้นบางที่ผูกมัดคุณเอาไว้เป็นเพียงคำพูดและความคิดฝันเอาเอง และ ผมไม่อยากคิดว่าคุณจะลงหลุมโดยที่ปราศจากสัมผัสจากผมสักครั้ง
ไวท์ควีน : อย่างแรกเลยนะ ถ้าหากคุณกวนฉันอีกหนเดียว ฉันจะล้างสมองคุณและบดขยี้ส่วนสำคัญ
ไวท์ควีน : อย่างที่สองหยุดบอกว่า ทำหรือตาย นี่มันไม่ได้แย่นัก
นาเมอร์ : คุณต้องสู้ในสมรภูมิรบนี้ ท้องทะเลไม่เหลืออะไร นอกจากเลือดและความตาย
นาเมอร์ : ถ้าหากผมต้องตาย ผมอยากมีความทรงจำอย่างอื่นนอกจากสิ่งที่มีอยู่ในใจผม
แล้วนาเมอร์ก็ยื่นริมฝีปากไปใกล้กับริมฝีปากไวท์ควีน
ไวท์ควีนผลักนาเมอร์ออกไป
ไวท์ควีน : ด้วยพระประสงค์ของพระเจ้า ไม่นะ นี่มันเป็นสิ่งที่ไม่สมควร
นาเมอร์ : เขาไม่คู่ควรกับคุณ เขาปฏิบัติกับคุณอย่างไม่ให้เกียรติ
ไวท์ควีน : ฉันไม่เห็นว่าสก็อตต์..
นาเมอร์ : เขาแต่งานกับแม่ผมแดง นั่นไม่ใช่เขาหรือไง ?
แล้วนาเมอร์ก็บินจากไป
การถกเถียงที่ที่ว่าการเมืองซานฟรานซิสโกยังไม่จบ
ซาดี้ : นี่เป็นการป้องกันไว้ก่อน สก็อตต์ ฉันไม่แฮปปี้นักหรอกกับเรื่องนี้
ไซคล็อป : ผมก็ไม่แฮปปี้เหมือนกัน ทั้งหมดที่มิวแตนท์ทำให้กับซานฟรานซิสโก เรายังถูกทำเหมือนตัวปัญหา ผมไม่ใช่แม็กนีโต แม้กระทั่งแม็กนีโตก็ไม่ใช่แม็กนีโตอีกต่อไปแล้ว

แต่ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่มาขัดจังหวะและเปิดข่าวให้ดู

เคอร์รธกับผู้ติดตามมาถล่มซานฟรานซิสโกแล้ว !!!

ซาดี้ เริ่มบ่นแล้วถามว่าหมอนี่มันเป็นใคร
ไซคล็อป : ปกติแล้วเขาไม่เป็นแบบนั้น เขาเป็นคนปัญญาทึบ เขาได้พลังจากเวทมนต์ยุคโบราณ แต่ตอนนี้ผมไม่รู้สิ... ผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้เขา้เป็นอะไร
ไซคล็อป : ไม่มีใครหยุดเขาได้
ซาดี้ : แล้วคุณหยุดเขาได้ยังไง ?
ไซคล็อป : ส่งทุกอย่างที่คุณมีออกไป เราจะไปช่วยด้วย ผมมีวิธีจัดการ
ซาดี้ : คุณยังเลี่ยงคำถาม
ไซคล็อป : นั่นล่ะตัวผม


8 ความคิดเห็น:

  1. เป็นTie-In อันแรกของ Fear Itself ที่มีการทำออกมาเลยนะเนี่ย

    จู่ๆพวก X-Men ก็งานเข้าซะงั้น

    ว่าแต่ Tie-In ของ Event นี้ของ X-Men ยังมี Wolverine กับ X-Force อยู่อีก ไม่ทราบว่าจะทำด้วยไหมครับนี่?

    ตอบกลับลบ
  2. ถ้าไม่ถูกเล่มหลักของ x-men มารบกวนเวลาผมเล็ง X-force ไว้น่ะครับ

    ตอบกลับลบ
  3. เล่มนี้มันจะนำไปสู่ทีเซอร์ที่โคโลซัสสวมหมวกจักร์เกอร์นอร์ท แหงๆ

    ตอบกลับลบ
  4. เกิดอะไรขึ้นใน New mutants : Unfinish Business หรอครับ ไม่ได้อ่านอ่ะ

    ตอบกลับลบ
  5. BaaMzS คือจริงๆเกิดก่อนหน้านั้น มาจิก ได้พาตัวลีเจี้ยนไปใช้พลังเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงเพื่อสู้กับพระเจ้ายุคโบราณในมิติลิมโบ้ ไซคล็อปและเอ็กซ์เมนทุกคนยกเว้น โคลอสซัสและทีมนิวมิวแตนท์ ลงความเห็นว่า มาจิกก่อเรื่องที่เสี่ยงให้ทุกสิ่งทุกอย่างถูกทำลาย จึงถูกกักบริเวณ

    ตอบกลับลบ
  6. เ่อ่อ ไม่แปลกใจหรอกครับ สำหรับนิสัยของ ไวท์ควีน แต่งตัวแบบนั้น เมื่อก่อนตอนอยู่วงใน ของสมาคมลับ เจ๊แกเองก็น่าจะมีซัมจิง อะไรบางอย่างกับพวก ชอว์น่ะล่ะ ส่วนนาเมอร์ก้ ขาตีท้ายครัวอยู่แล้ว ไม่แปลกใจ เลยไม่แปลกใจเลยจริงจริง -*- ขนาดสตร์อม ยังโดนเลยใน เอจ ออฟ X

    ตอบกลับลบ
  7. ไม่ระบุชื่อ17 กรกฎาคม 2554 10:25

    นามอร์นี่จริงๆแล้วเค้าเอามาจากภาษาไทยคือหน้าหม้อใช่ไหมครับ = =" จีบเมียชาวบ้านเค้าไปทั่ว

    ตอบกลับลบ
  8. คงต้องรอดูอนิเมชั่น อยากรู้เหมือนกันว่าฝรั่งอ่านชื่อ Namor ว่ายังไง
    ผมติดอ่านว่า เนเมอร์ ตามคำว่า Major มาตลอดเลย

    ถ้าไม่มีอนิเมชั่น Green Lantern ให้ดู/ฟัง
    ก็คงอ่าน โออา (Oa) ว่า โอเอ ไปตลอดเหมือนกัน :-D

    ตอบกลับลบ